ปกเว็บ(21)

โดย ดร.สมบัติ สุขมะณี@STFเรารู้ใจพืช


อินทรีย์วัตถุในดิน(Soil Organic Matter หรือSOM)เป็นแหล่งอินทรีย์คาร์บอนที่เก็บกักไว้ในดิน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดินเหมาะสมกับการเพาะปลูกพืช การมีSOMในดินเกินกว่า2%ก็ถือว่าเป็นดินดีแล้ว อินทรีย์วัตถุในดินจะเป็นแหล่งและมีกลไกการสร้างธาตุอาหารให้พืชได้ 


ดินดีๆถูกสร้างโดยธรรมชาติมายาวนานด้วยการสะสมอินทรีย์วัตถุไว้ตั้งแต่ยุคเป็นป่าซึ่งมีSOMอยู่เกือบ10% พืชจึงได้รับสารอาหารซึ่งทำให้ต้นไม้ในป่าเจริญเติบโตอย่างหนาแน่นได้โดยไม่พึ่งพาธาตุอาหารจากการใส่ปุ๋ยจากคน 
กว่า50ปีมาแล้วที่เรามีปุ๋ยเคมีใช้ ปุ๋ยเคมีเป็นสารสังเคราะห์ที่เข้มข้นและละลายเร็ว จึงเกิดการสูญเสียระหว่างการใช้สูงเช่นกัน การใช้ปุ๋ยเคมีให้ได้ธาตุอาหารพอดีกับพืชจึงทำได้ยาก อาจต้องใส่มากเผื่อการสูญเสียไว้ด้วย


แต่เนื่องจากอินทรีย์วัตถุมีความสามารถช่วยดูดน้ำและซับธาตุอาหารไว้ได้(holding capacity) และช่วยพา(chelating)ไปส่งให้พืชใช้ได้อย่างสมบูรณ์ ดินที่มีอินทรีย์วัตถุสูงจึงช่วยให้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ไปไม่สูญเสียไปง่ายๆ และเกิดประโยชน์ต่อพืชอย่างเต็มที่ แต่เมื่อดินมีอินทรีย์วัตถุลดลงมาก ก็ทำให้การใช้ประโยชน์ได้ของปุ๋ยเคมีลดลงไปด้วย


การละเลยการเติมอินทรีย์วัตถุในดินมานาน ทำให้ค่าSOMลดลงเหลือเฉลี่ยต่ำกว่า1% และหากจะฟื้นฟูในระยะสั้นคงทำได้ยาก เพราะการเพิ่มปริมาณSOM 1%กับดินที่ความลึก50ซม. ต้องใช้ปุ๋ยอินทรีย์(OM20%) มากถึง 40ตัน/ไร่ ซึ่งมากเกินจะหามาใช้ได้ ผมจึงแนะนำให้ค่อยๆใช้50-100กก./ไร่สะสมต่อเนื่องกันไป 
เรื่อยๆ  การใส่อินทรีย์วัตถุและสะสมไว้มากจะไม่เกิดผลเสีย เพราะสามารถย่อยสลายเปลี่ยนรูปเป็นฮิวมัสที่เสถียรและถือเป็นการสร้างความอุดมสมบูรณ์ในเนื้อดินได้เป็นพันปี แต่การเหลือสะสมของปุ๋ยเคมีซึ่งเป็นสารเคมีสังเคราะห์หากมากเกินไป จะทำให้คุณสมบัติทางกายภาพ ทางเคมีและชีวภาพของดินเสียได้