
คุณสมบัติเนื้อดินต่างๆและอินทรีย์วัต
โดย ดร.สมบัติ สุขมะณี@STFเรารู้ใจพืช
องค์ประกอบหลักกว่า45%ในดินเป็นอนินทรีย์ที่ถูกเปลี่ยนมาจากแร่หินที่ถูกกาลเวลากัดกร่อนทำให้มีขนาดเล็กลงเป็นอนุภาค 4แบบ คือ เป็นหิน(stone) ทราย(sand) ทรายแป้ง(silt)และแร่ดินเหนียว(clay)ซึ่งมีขนาดอนุภาคเล็กที่สุดตั้งแต่0.002มิลลิเมตรลงมา การรวมกันของอนุภาคดังกล่าวร่วมกับอนุภาคของอินทรีย์วัตถุจากซากพืชซากสัตว์ที่ย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ กลายเป็นดิน 3ประเภทหลัก คือ ดินทราย(sands) ดินร่วน(loams) และดินเหนียว(clays) ขนาดอนุภาคที่ต่างกันทำให้เกิดรูพรุนในเนื้อดินที่อากาศและน้ำจะแทรกผ่านเข้ามาได้และมีอินทรีย์วัตถุซึ่งมีความสามารถในการดูดซับอุ้มน้ำไว้(water holding capacity)
จึงกลายเป็นเนื้อดินที่มีองค์ประกอบ 4ส่วนคือ อนินทรีย์อนุภาคขนาดต่างๆ อินทรีย์วัตถุ น้ำ และอากาศการผสมผสานอนุภาคของอนินทรีย์ขนาดต่างๆและอินทรีย์วัตถุจะเป็นตัวกำหนดคุณสมบัติทั้งทางกายภาพ เคมีและชีวภาพของดิน เช่น ถ้ามีอนุภาคขนาดเล็ก(clay)จำนวนมากกลายเป็นดินเหนียว ซึ่งน้ำและอากาศจะแทรกผ่านยากเนื้อดินจะแน่นและขังน้ำ ถ้ามีอินทรีย์ต่ำเกินไปการระบายน้ำจะยิ่งแย่ และเมื่อดินแห้งเนื้อดินจะเกาะเป็นก้อนแข็ง แต่ถ้าดินมีสัดส่วนอนุภาคขนาดใหญ่จำนวนมากเนื้อจะมีรูพรุน ทำให้น้ำซึมผ่านเร็วเกินไป หากไม่มีอินทรีย์วัตถุช่วยดูดซับอุ้มน้ำไว้ก็จะเหือดแห้งได้ไว
ฉะนั้นการมีอินทรีย์วัตถุแทรกอยู่ในเนื้อดินทุกประเภทจึงทำให้ดินมีศักยภาพในการเพาะปลูกพืชและยังแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของดินนั้นด้วยในธรรมชาติอนุภาคขนาดเล็กของแร่ดินเหนียว(clay) และอนุภาคที่เบาของอินทรีย์วัตถุจะถูกน้ำพัดพาจากพื้นที่สูงไหลสู่ที่ลุ่มต่ำ ดินบนที่ดอนจะเหลืออนุภาคขนาดใหญ่กลายเป็นดินทรายที่สูญเสียความสามารถในการอุ้มน้ำและมีความอุดมสมบูรณ์ลดลงเรื่อยๆแร่ดินเหนียวและอินทรีย์วัตถุที่ไหลไปรวมทับถมบนที่ลุ่มจะกลายเป็นดินเหนียวที่อุ้มขังน้ำได้ดีและมีอินทรีย์วัตถุค่อนข้างสูง ทั้งนี้ดินเหนียวสามารถปกป้องการสูญเสียอินทรีย์วัตถุจากการย่อยสลายได้อย่างดีเพราะมีการทำปฏิกิริยาที่ซับต่อกัน(organo-clay complexes and interactions)ดินยิ่งมีอนุภาคขนาดเล็กยิ่งสามารถอนุรักษ์อินทรีย์วัตถุได้ดี
เราจึงพบระดับอินทรีย์วัตถุในดินทรายต่ำกว่า1% ในดินร่วน 2-3% และดินเหนียว4-5%ปัจจุบันดินในพื้นที่ดอนหรือที่สูงส่วนใหญ่ของประเทศ เช่น ในเขตภาคอีสานและภาคเหนือ จึงค่อนข้างมีปริมาณอินทรีย์ลดลง กลายสภาพเป็นดินทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ และต้องการยกเว้นพื้นป่าที่มีการเติมอินทรีย์วัตถุสม่ำเสมอและมีรากพืชจำนวนมากช่วยเหนี่ยวรั้งไว้อนุภาคดินเล็กๆไว้อินทรีย์วัตถุจึงเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาดินทุกประเภทและสัมพันธ์กับใช้ประโยชน์ได้ของดิน-น้ำ-ปุ๋ยเพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตของทุกพืช เราจึงควรปรับปรุงดินด้วยอินทรีย์วัตถุ เพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนอนุภาคจำนวนมหาศาลได้ด้วยมือมนุษย์ แต่เราสามารถพัฒนาดินให้เหมาะกับพืชด้วยการเติมอินทรีย์วัตถุลงไปได้