
เพาะปลูกได้ผลผลิตดีและยั่งยืน ต้องใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมี
โดย ดร.สมบัติ@STFเรารู้ใจพืช
เพาะปลูกได้ผลผลิตดีและยั่งยืนต้องใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมี
1. อินทรียวัตถุสูง → ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี• อินทรียวัตถุเป็น แหล่งธาตุอาหาร (N, P, S และจุลธาตุ) ที่ค่อย ๆ ปลดปล่อย• อินทรียวัตถุช่วย จับยึดธาตุอาหารจากปุ๋ยเคมี ไม่ให้สูญเสียไปกับน้ำหรือละลายเร็วเกินไป → ทำให้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพสูงขึ้น• ดินที่มีอินทรียวัตถุสูง (≥2.5–3%) → ใช้ปุ๋ยเคมีในปริมาณ น้อยลงแต่ได้ผลผลิตใกล้เคียงหรือสูงกว่า ดินที่อินทรียวัตถุต่ำ
2. อินทรียวัตถุต่ำ → ใช้ปุ๋ยเคมีมากขึ้น• ดินที่มีอินทรียวัตถุต่ำ (<1%) มักเป็นดินทรายหรือดินเสื่อม → ธาตุอาหารถูกชะล้างง่าย• เมื่อใส่ปุ๋ยเคมี ธาตุอาหารไม่ถูกยึดไว้ในดิน → สูญเสียไปกับน้ำหรือระเหย → เกษตรกรต้องใส่ปุ๋ยเคมีมากขึ้นเพื่อให้พืชเพียงพอ• ผลคือ ต้นทุนสูงขึ้น และดินเสื่อมเร็วขึ้น
3. การใช้ปุ๋ยเคมีมากโดยไม่เติมอินทรียวัตถุ → อินทรียวัตถุลดลง• ปุ๋ยเคมีให้แต่ธาตุอาหารหลัก (N, P, K) แต่ไม่เพิ่มคาร์บอนอินทรีย์ → ทำให้ดินขาดวัตถุอินทรีย์• เมื่อเวลาผ่านไป ดินจะ แน่นแข็ง ความสามารถอุ้มน้ำลดลง กิจกรรมจุลินทรีย์ต่ำ• ส่งผลให้ต้องใช้ปุ๋ยเคมีมากกว่าเดิมเพื่อรักษาผลผลิต
4. แนวทางที่เหมาะสม• ใช้ ปุ๋ยเคมีร่วมกับอินทรียวัตถุ (ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ฟาง ไบโอชาร์)• ลดปริมาณปุ๋ยเคมีลง 25–50% แต่ได้ผลผลิตไม่ต่างจากการใช้เต็มสูตร• ดินที่มีอินทรียวัตถุ สูงขึ้นเรื่อย ๆ จะพึ่งพาปุ๋ยเคมีน้อยลง ในระยะยาวสรุปสั้น ๆ• อินทรียวัตถุสูง → ใช้ปุ๋ยเคมีน้อยลง มีประสิทธิภาพมากขึ้น• อินทรียวัตถุต่ำ → ต้องใช้ปุ๋ยเคมีมากขึ้น ดินเสื่อมเร็วขึ้น