ปกเว็บ(9)

โดย ดร.สมบัติ สุขมะณี #STFเรารู้ใจพืช

ย้อนหลังไป1-2ปีหลังวิกฤตโควิดในปี2564-65ราคาปุ๋ยหลักหรือปุ๋ยเคมีสูงขึ้นต่อเนื่องกว่า100% เพราะซัพพลายปุ๋ยของโลกลดลงจากการที่บางโรงงานหยุดการผลิตเพราะคนงานติดเชื้อโควิด และจีนซึ่งเป็นผู้ส่งออกอันดับ2ของโลกใช้นโยบายปิดประเทศและห้ามส่งออกปุ๋ยเพื่อใช้เองสร้างความมั่นคงทางอาหารในประเทศ แถมรัสเซียซึ่งเป็นผู้ส่งออกปุ๋ยอันดับ1ของโลกก็มาทำสงครามกับยูเครน ยิ่งทำให้การส่งออกลดลงไปอีก ทำให้ปุ๋ยเคมีขาดตลาด มีผลให้ราคาสูงขึ้น อีกทั้งจำนวนเที่ยวเรือของการค้าขายระหว่างประเทศลดลงจากการชะงักงันทางเศรษฐกิจทำให้ค่าระวางเรือแพงขึ้น จึงยิ่งประดังให้ราคาปุ๋ยพุ่งขึ้นแบบควบคุมไม่ได้ ทำให้ในปี2565 ไทยนำเข้าปุ๋ยเคมีได้เพียง4.2ล้านต้นจากปกติ5-6ล้านตัน จึงเกิดภาวะปุ๋ยขาดตลาดและราคาแพงในประเทศไทยเช่นกัน

ทำให้ปุ๋ยและสินค้าทดแทนเช่น ปุ๋ยอินทรีย์และสารปรับปรุงดินขายดีขึ้นมาก ผมมีโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยอินทรีย์เคมีก็พลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย คือมียอดขายเติบโตกว่า2เท่าในช่วง2ปีที่ผ่านมา
ปรากฏการณ์นี้ทำให้เกิดการปรับตัวในระดับนานาชาติของผู้ผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มปริมาณการผลิต เช่น ขยายกำลังผลิตจากผู้ประกอบการเก่าและใหม่ รวมถึงในประเทศไทยด้วย โดยเฉพาะเกิดโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์และสารปรับปรุงดินคุณภาพต่ำรายใหม่ขึ้นเพื่อหวังกอบโกยกำไรจากวิกฤตินี้ โดยมีการเตรียมการตั้งแต่ปี2565 

เมื่อย่างเข้าปี2566 ปัญหาจากวิกฤติโควิดเริ่มผ่อนคลาย จีนเริ่มเปิดประเทศ ปัญหาจากสงครามยูเครนคลายความตึงเครียดลง ทำให้กำลังผลิตปุ๋ยและการส่งออกคืนสู่สภาพเดิม ปัญหาการขาดแคลนปุ๋ยจึงลดลง
แต่กลับมีแนวโน้มปัญหาใหม่ของปุ๋ยมาแทน เนื่องจากปุ๋ยมีซัพพลายมากขึ้น ซึ่งมีผลมาจากการปรับเพิ่มกำลังการผลิตก่อนหน้านี้ และมีดีมานด์ที่ลดลงจากปัญหาความแห้งแล้งหลายพื้นที่จากภาวะโลกร้อน ทำให้พื้นที่เพาะปลูกหลายแห่งเสียหายและขาดน้ำเพื่อเพาะปลูก ทำให้ความต้องการใช้ปุ๋ยลดลง จึงทำปุ๋ยมีปริมาณเกินความต้องการ ราคาจึงลดลงต่อเนื่องกลับมาเป็นระดับเดียวกับปี2563ในช่วงเวลาเพียงครึ่งปี และหากสภาพแห้งแล้งยังคงดำเนินอยู่ก็อาจทำให้ราคาปุ๋ยตกลงไปกว่าจุดเดิมด้วยซ้ำ

ผมคาดการณ์ว่า ประเทศไทยก็มีสภาพตลาดปุ๋ยไม่ต่างจากประเทศอื่นและยังเกิดภัยแล้งในหลายพื้นที่เช่นกัน ทำให้ความต้องการปุ๋ยลดลง ราคาปุ๋ยจึงถูกลงต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรที่เริ่มหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมในปีก่อน หันกลับไปใช้ปุ๋ยเคมีแบบ100% ในขณะที่ได้เกิดผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์และสารปรับปรุงดินเจ้าใหม่ที่เตรียมการไว้ในปีก่อนก็เริ่มเข้ามาขายเพิ่มในตลาดช่วงที่ความต้องการลดลง พาลให้เกิดปัญหากับผู้ประกอบการกลุ่มนี้บางเจ้าต้องลดคุณภาพเพื่อลดราคาลงมาแข่งขัน รวมไปถึงผู้ประกอบการปุ๋ยเคมีก็เช่นกัน ที่ลดสูตร และลดเกรดสินค้าลง เกษตรกรผู้ใช้ปุ๋ยจึงต้องพึงระวังการเลือกซื้อให้มาก

อย่างไรเสีย ในภาวะสภาพอากาศแปรปรวนและแห้งแล้งเยี่ยงนี้ ปุ๋ยอินทรีย์ก็ยิ่งเป็นสินค้าที่จะช่วยผ่อนคลายปัญหาดินแห้งขาดน้ำได้ระดับหนึ่ง เพราะอินทรีย์วัตถุจะช่วยอนุรักษ์น้ำในดินและดูแลรากพืชให้พ้นภัยแล้งไปได้ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ไม่มีในปุ๋ยเคมี เกษตรกรจึงยังต้องใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมีในการเพาะปลูกพืชต่อไป ซึ่งเกษตรกรอาจผลิตใช้ได้เองจากเศษวัสดุจากภาคเกษตรและครัวเรือน การเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดินยิ่งเพิ่มความสามารถดูดซับน้ำของดินให้มากขึ้น จะช่วยป้องกันพืชเสียหายจากภัยแล้งได้ และยังเสริมให้ลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงด้วย